Favourite Corner

ในเช้าตรู่ของทุกๆ วัน หากใครใช้เส้นทางผ่านช่วงตึกบริเวณซอยโปษยานนท์อาจจะเห็นผู้ชายท่าทางง่วงๆ เหงาๆ นั่งดื่มกาแฟและสาละวนอยู่กับข่าวสารบนกระดาษแผ่นบางๆ ก็อย่าเพิ่งตกใจในทรงผมที่ฟูฟ่อง หรือกรี๊ดกร๊าดเมื่อรู้ว่าเขาคือศิลปินคนโปรด ที่มีชื่อว่า โจ้ "อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์" แห่งวงพอส

เพราะเค้ากำลังปฎิบัติภาระกิจทางอารมณ์ให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่จะลุกขึ้นแต่งเนื้อแต่งตัวไปทำงานที่เค้ารัก และเพื่อแฟนเพลงอย่างพวกเรา ทำไมเค้าถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ เหตุการณ์ต่างๆ กำลังถูกลำเลียงออกมาเป็นคำพูดให้เราได้รับทราบโดยทั่วกัน ภายใน "บ้าน" ที่เป็นร้านอาหารแห่งนี้

อยู่ที่นี่มาห้าปีแล้วครับ ตั้งแต่สมัยก่อนที่ผมเข้าประกวดโค้กฯโน่นแน่ะ เมื่อห้าปีที่แล้วผมเป็นนักร้องของที่นี่มาก่อนในช่วงสองปีแรกก็จะไปๆกลับๆ หลังๆมานี่เลยตัดสินใจอยู่ถาวร (หัวเราะ) พี่เจ้าของร้านเค้าใจดี และก็ดูแลผมเหมือนเป็นน้องคนนึงของเค้า เราก็อุ่นใจด้วยที่ได้อยู่ที่นี่..

..บ้านหลังนี้เป็นตึก จึงไม่มีบริเวณบ้านโดยรอบอยู่แล้ว ผมก็จะใช้มุมนึงของร้านด้านล่างเนี่ยเป็นมุมประจำทำกิจวัตรในช่วงเช้าๆก่อนออกไปทำงาน

มุมที่ว่านั้น..หากถ้าเป็นตอนกลางคืน แล้วได้เทียนเก๋ๆสักเล่มละก็..โรแม้นซ์ซะไม่มีละ แต่พี่โจ้เค้ากลับชอบที่จะออกมานั่งกินนม-ชมคน(คล้ายๆกินลมชมวิวน่านแหละ!) เอาตอนช่วงสายๆของวันเสมอ

ปกติผมตื่นช่วงเก้าโมงเช้า ประมาณนี้ทุกวัน พอตื่นขึ้นมา..ผมก็จะชงกาแฟ แล้วก็คว้าหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารที่อยากอ่านสักฉบับมานั่งตรงนี้ มันจะเป็นมุมที่มองออกไปนอกร้านได้ชัดเจนที่สุด เพราะเค้าใช้กระจกแทนผนังปูนทึบๆ โต๊ะอาหารก็จะเป็นโต๊ะเล็กๆที่สามารถนั่งกันได้เพียงสองคน แต่ผมก็นั่งอยู่คนเดียว ตรงนี้แหละ..

พออ่านหนังสือ และจิบกาแฟหมดแก้ว ผมก็จะขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัวไปทำงานที่จริงแล้วจากที่นี่ไปที่ทำงานเนี่ย…ดูเหมือนจะไกลนะ แต่ผมไปทำงานได้สะดวกมาก คือเริ่มจากขึ้นรถเมล์ที่ไปทางด่วน แล้วก็ไปลงเพชรบุรี ต่อรถอีกทอดเดียวก็ถึง สบายครับ(ยิ้ม)

ยังได้กลิ่นอายของความติดดินมาเนืองๆ มิน่า…จะอยู่ทั้งทีพี่ท่านก็ล่อซะชานเมือง นี่ถ้าไม่รักกันจริงไม่ไปเยี่ยมชมหรอกนะเนี่ย ว่าแต่มุมตรงนี้…มันมีดีตรงไหน ถึงทำให้พี่โจ้ลงมานั่งได้ทุกวั้น…ทุกวัน

มุมที่ผมเลือกนั่งเป็นประจำเนี่ยมันติดกับถนนด้วย เสน่ห์ของมันก็ตรงนี้แหละ ตรงที่ทำให้ผมเห็นเรื่องราวต่างๆ ของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้ หลายๆครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่ไม่ต้องออกมา ต่อสู้กับอะไรหลายๆอย่างในสังคมตั้งแต่เช้า เพราะงานของเราไม่มีเวลาตายตัว จนบางครั้งก็คิดว่า…ทำไมเราถึงได้มีเวลาว่างมากขนาดนี้..(หัวเราะ)

นั่งตรงนี้ได้เห็นคนหลายๆแง่มุมนะครับ บางครั้งผมเห็นคนๆนึ่ง เค้าเดินผ่านหน้าร้าน ในขณะที่เรากำลังนั่งจิบกาแฟทุกวันเลย แต่เรากับเค้าก็ไม่มีโอกาสที่ได้ทำความรู้จักกัน เออ…มันก็แปลกดีนะ เคยมีคนจำได้ว่า ผมเป็นนักร้องวงพอส แต่นั่นก็ส่วนน้อยแหละครับ เพราะสภาพผมตอนตื่นนอนนี่…ถ้าไม่สังเกตดีๆก็ไม่รู้หรอก เพราะหัวจะบานมาก(ยิ้มยิ้มอย่างสุขใจ)

ได้แต่นั่นมองที่ไม่รู้จักเท่านั้นหรอ มีแบบ..ชวนคนที่รู้จักหรือรู้ใจมานั่งมองตากันมั่งหรือเปล่าละ เผื่อบรรยากาศจะได้ช่วยเปิดโอกาสให้แผยความในลึกๆได้บ้าง..

เพื่อนจะมาทานข้าวที่นี่อย่างน้อยๆ เดือนละสองครั้งละครับ...แต่ว่าจะไม่ได้มานั่งมุมโปรดผมหรอกครับ ส่วนใหญ่จะมานั่งโต๊ะที่ใหญ่ขึ้นหน่อย ด้านในโน่นแน่ะครับ ถ้ายิ่งแขกเยอะด้วยแล้ว..เรียกว่าจะต้องพาออกไปนั่งนอกร้านเลย ตรงระเบียงนั่นแหละครับ ไปตั้งโต๊ะเอาใหม่ ก็ได้บรรยากาศดีๆไปอีกแบบครับ..

..มุมนี้ผมเคยได้ต้อนรับคนพิเศษด้วย เค้ารู้ว่าผมชอบนั่งอยู่ตรงนี้ จะพาเค้ามานั่งบ่อยๆ มาทานข้าวด้วยกัน และก็ฟังเพลงตอนหัวค่ำ ซึ่งเค้าก็จะชอบด้วยนะครับ แต่วันอย่างนั้นคงไม่มีอีกแล้ว..

อ้าว! ตายละสิ..เผลอไปหน่อยเดียว ดันไปจี้จุดสะท้านใจพี่โจ้ท่านเข้า เปลี่ยนไปถามถึงแก้วสวยๆที่บอกว่าติดไม้ติดมือมาอยู่มุมนี้ด้วยทุกวันท่าจะดีกว่า

แก้วใบนี้เหรอ?..แฟนผมเค้าทำให้ ใช้ดีครับ ผมชอบ ใช้มานานแล้วจนติด มันเป็นความเคยชินน่ะครับ จะเก็บเข้าตู้ไป (พร้อมๆกับความทรงจำ) เลยมันก็ยังไงอยู่ เคยคิดที่จะเปลี่ยนแก้วใหม่เหมือนกันนะครับ ก็รอคนทำให้ใหม่อยู่ (หัวเราะ)..

อื่มม์ตรงนี้ผมใช้เขียนเพลงด้วยนะ มีอยู่เพลงนึงในอัลบัมนี้แหละชื่อเพลง ’รีบ’ สำหรับมุมตรงนี้..ผมจะใช้เวลาอยู่กับมันตามปกติไม่มากนักหรอก สักชั่วโมง-สองชั่วโมงในช่วงเช้า ซึ่งแค่นี้..ผมก็ว่าเยอะนะ

นอกจากจากใช้เป็นที่ทำงานในบางครั้ง มุมนี้เปิดโลกแห่งสัจธรรมให้พี่โจ้ได้ประจักษ์ถึงความจริงอันหลีกหนีไม่พ้นบนโลก (ที่ชวนให้) งงๆใบนี้

..ก็อย่างที่บอกนะว่าการนั่งตรงนี้ทำให้ผมได้เห็นเรื่องราวของคนหลากหลายอาชีพ พอหลายๆครั้งเข้า มันทำให้ผมปลง คือ..ชีวิตคนเรา ทำไมจะต้องดิ้นรนอะไรกันมากมายขนาดนี้..แล้วผมก็ได้มุมมองในการดูคนจากภายนอกอีกด้วย อย่างผมเห็นบางคนขับรถเบนซ์ แต่หน้าตานี่ไม่น่าจะขับเบนซ์ได้เลย บางคนขึ้นรถเมล์ ทั้งๆที่แต่งตัวดี หน้าตาก็ดี เพอร์เฟ็คท์ ทำไมถึงกลับกันอย่างนั้น ตอนนี้เรามองคนที่ภายนอกไม่ได้แล้ว การจะรู้จักใครสักคน..มองที่ข้างนอกของเค้าอย่างเดียว มันใช้ไม่ได้จริงๆกับสังคมยุคนี้

ก็น่านแหละสังคมมนุษย์สุดที่จะหยั่งถึง แล้วถ้าหลุดจากมุมสวยๆอย่างนี้ไป.. พี่โจ้ยังจะมีมุมไหนให้เราได้ไปยลในโอกาสหน้ากันบ้างหรือเปล่า

ถ้าเป็นมุมตอนนี้คงไม่มีนะ แต่ถ้าเป็นบ้านเนี่ย..ผมชอบเป็นริมทะเล หรือไม่ก็กลางทุ่งนาไปเลย ผมเป็นคนชอบธรรมชาติ และต้องการสถานที่ที่มีคนน้อยๆ สบายๆ ไม่พลุกพล่าน แค่นี้ก็พอแล้ว.. (จะเอาไว้ดูดาวล่ะสิ? ..จำได้มั้ย ว่านายคนนี้เค้าชอบดูดาว) เคยขึ้นไปนั่งดูดาวที่ดาดฟ้าของบ้านนะ แต่ว่าในกรุงเทพฯ ผมไม่เคยประสบความสำเร็จในการดูดาวเลย เพราะฟ้าไม่เคยเปิดเลยสักที

..ถ้าไม่ใช่จากเมฆก็เป็นมลภาวะที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมแถวนี้ แล้วก็ควันรถ เคยตั้งใจจะดูฝนดาวตก ลงทุนนั่งเฝ้าเลยนะ แต่ก็ไม่สำเร็จ คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมอยากมีบ้านในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติและปลอดมลภาวะแบบนั้น

ทั้งธรรมชาติ และการดูดาว อีกทั้งมุมสวยที่เค้าชอบมานั่ง มักชวนให้อดนึกไม่ได้ว่าพี่โจ้ แห่งวงพอสคนเนี้ย ‘โรแมนติค’ (อยากออกเสียงอย่างนี้) ไม่เบา แต่เจ้าตัวเค้าว่าไงรู้มั้ย?..

ไม่เคยมีคนพูดกับผมอย่างนั้นเลย แล้วผมก็คิดว่า..ผมไม่ใช่คนอย่างนั้น..แต่ก็ยอมรับว่าคนเรามันต้องมีบ้าง บางครั้ง บางเวลา และก็กับบางคน..(ยิ้ม)

..ตอนนี้ถ้ามีเวลาก็อยู่บ้านอยู่ช่องกันบ้างนะครับ(หัวเราะ) จะไปตะลอนเที่ยวทุกวันๆ อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าเราจะมีบ้านไว้ทำไม ที่ผมอยู่นี่..แม้จริงๆจะไม่ใช่บ้านผม …แต่ผมก็รักเหมือนบ้านของตัวเอง เพื่อนๆจะรู้ว่าผมไม่ค่อยเที่ยวเท่าไร เลิกงานก็จะกลับบ้าน เป็นคนติดบ้าน

อาจจะเป็นเพราะพี่โจ้เข้าใจว่าคนเรามีบ้านไว้เพื่ออะไร หากหลายๆคนที่ยังไม่เคยรู้ซึ้งถึงคำว่า ‘บ้าน’ ..ลองหาเวลาให้กับบ้านสักวันนึงสิ แล้วจะได้รู้ว่าบ้านคืออะไร ที่สำคัญอย่ารอให้จำทางกลับบ้านตัวเองไม่ได้ก็แล้วกัน

Last Updated: Fri, 8 June 2545 00:59
Maintained by: pausemania